เพชร JUBILÉE เป็นเพชรไร้สีรูปทรงหมอน น้ำหนัก 245.35 กะรัต ซึ่งจัดเป็นเพชรที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับหกของโลก เพชรเม็ดนี้ถูกค้นพบในช่วงปลายปี 1895 ณ เหมือง Jagersfontein โดยมาในรูปของผลึกดิบทรงแปดหน้ารูปทรงไม่ปกติที่ไม่มีหน้ากว้างที่แน่นอนและมีน้ำหนักถึง 650.80 กะรัต กลุ่มบริษัทค้าเพชรในลอนดอนที่ประกอบด้วย Wernher, Beit & Co., Barnato Bros และ Mosenthal Sons & Co. ได้เข้าซื้อเพชรเม็ดนี้พร้อมกับเพชร Excelsior ในช่วงแรก เพชรถูกตั้งชื่อว่า “Reitz” เพื่อเป็นเกียรติแก่ Francis William Reitz ประธานาธิบดีแห่งรัฐอิสระออเรนจ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหมือง Jagersfontein
ในปี 1896 เพชรถูกส่งไปยังเมืองอัมสเตอร์ดัมเพื่อเจียระไนโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ M. B. Barends ภายใต้การดูแลของ Messrs Metz โดยมีการแยกชิ้นส่วนออกมา 40 กะรัต และได้เจียระไนเป็นรูปทรงลูกหยดน้ำงามหนัก 13.34 กะรัต ซึ่งต่อมากษัตริย์ Dom Carlos I แห่งโปรตุเกสได้ซื้อไปมอบให้แก่พระมเหสี โดยในปัจจุบันไม่ทราบว่าอัญมณีเม็ดนี้อยู่ที่ใด ส่วนชิ้นใหญ่ที่คงเหลืออยู่ถูกนำมาเจียระไนเป็น Jubilee
เมื่อปรากฏอย่างชัดเจนในระหว่างการเจียระไนว่าเพชรน้ำงามเลิศล้ำอันบริสุทธิ์หาใดเทียบกำลังจะถือกำเนิดขึ้น จึงได้มีแผนการที่จะนำไปถวายแด่สมเด็จพระราชินี Victoria ทว่าในท้ายที่สุด แผนดังกล่าวก็มิได้เกิดขึ้นและเพชรยังคงอยู่กับเจ้าของเดิม ในปีต่อมา ซึ่งตรงกับปีครบรอบ Diamond Jubilee ของพระองค์ เพชรจึงได้รับการตั้งชื่อใหม่ว่า “Jubilee” เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
ในปี 1900 เพชร Jubilee ได้ถูกจัดแสดงในงาน Paris Exhibition และกลายเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สุดของงาน โดยมีมูลค่าประเมินในขณะนั้นถึง 7,000,000 ฟรังก์
ไม่นานต่อมา Sir Dorabji Jamshedji Tata นักอุตสาหกรรมและผู้ใจบุญชาวอินเดียผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานเศรษฐกิจสมัยใหม่ของประเทศอินเดียได้เข้าซื้อเพชรเม็ดนี้ และหลังจากการถึงแก่อสัญกรรมของเขาในปี 1932 ทายาทของเขาได้นำเพชร Jubilee ไปยังร้าน Cartier เพื่อจำหน่าย โดย Cartier ได้จัดแสดงเพชรเม็ดนี้ร่วมกับเพชรในตำนานอื่น ๆ ภายในงานช่วงปลายปีดังกล่าว ในปี 1937 Cartier ได้ขาย Jubilee ให้แก่ M. Paul-Louis Weiller นักอุตสาหกรรมและผู้อุปถัมภ์ศิลปะชาวฝรั่งเศส โดยเพชรถูกออกแบบใหม่ให้เป็นเข็มกลัดประดับเพชรบาเก็ตในรูปทรงดาวหกแฉกหรือรูปทรงเต่าที่ดูทันสมัย
คุณ Weiller มีความเอื้อเฟื้อเสมอในการนำเพชร Jubilee ไปจัดแสดงตามนิทรรศการสำคัญต่าง ๆ อาทิ นิทรรศการที่สถาบันสมิธโซเนียน ณ กรุงวอชิงตันในปี 1960 และอีกครั้งที่นครเจนีวาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน กระทั่งปี 1966 เพชร Jubilee ได้กลับคืนสู่แอฟริกาใต้โดยถูกนำไปจัดแสดงใน De Beers Diamond Pavilion ณ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก
ตั้งแต่นั้นมา คุณ Robert Mouawad ได้เข้าซื้อเพชร Jubilee ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นอัญมณีชิ้นเอกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคอลเลคชันอันล้ำค่าของเขา โดยเขาได้กล่าวไว้ว่า "หากเราพูดถึงคุณค่าที่มนุษย์ได้มอบให้แก่เพชร Jubilee คือเพชรที่ผมชื่นชอบที่สุด ด้วยการเจียระไนที่ล้ำหน้าเหนือยุคสมัย"

น้ำหนัก 245.35 กะรัต
การเจียระไน: ทรงหมอน (Cushion Antique)
เกรด: E-VVS2